top of page
ค้นหา

ReGen บนกรุงเทพธุรกิจ: โจทย์การส่งต่อกิจการของ SME ไทย

  • รูปภาพนักเขียน: Matthew Windsor
    Matthew Windsor
  • 10 ส.ค.
  • ยาว 1 นาที

กรุงเทพธุรกิจ หนึ่งในสื่อธุรกิจชั้นนำของไทย ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับ ReGen Capital Partners และโจทย์การส่งต่อกิจการที่ SME ไทยกำลังเผชิญ

โจทย์ที่กำลังรออยู่

ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME ราว 3 ถึง 3.5 ล้านราย รวมกันสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40% ของ GDP และกว่า 600,000 บริษัท ก่อตั้งโดยผู้ประกอบการรุ่น Baby Boomer ที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณ

ในแต่ละปี มี SME ราว 10,000 ถึง 20,000 ราย ที่เสี่ยงปิดกิจการ ในกรณีส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากความต้องการในตลาดที่ลดลงหรือผลกำไรที่อ่อนแอ แต่เกิดจากการที่ไม่มีใครรับช่วงต่อ

เมื่อธุรกิจที่ยังแข็งแรงต้องปิดตัวลง ความสูญเสียไม่ได้จำกัดอยู่แค่ครอบครัวผู้ก่อตั้ง แต่รวมถึงการจ้างงานที่หายไป เครือข่ายซัพพลายเออร์ที่ขาดตอน และกำลังการผลิตที่ประเทศใช้เวลาหลายสิบปีในการสร้าง

ทำไมตลาดทุนจึงยังตอบโจทย์นี้ไม่ได้

บริษัทขนาดใหญ่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่ SME ขนาดกลางของไทยจำนวนมากอยู่ในจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก คือเล็กเกินกว่าจะ IPO แต่มีมูลค่ามากเกินกว่าจะปล่อยให้ปิดตัวไปเฉย ๆ

นักลงทุนทั่วไปมักมองว่าธุรกิจกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูง เพราะพึ่งพาผู้ก่อตั้งเป็นหลัก ขาดระบบบริหารที่เป็นทางการ และไม่มีแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน นี่คือช่องว่างที่ ReGen ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมเต็ม

โมเดล Search Fund

แทนที่จะกระจายเงินทุนไปในหลายสิบกิจการ ReGen เลือกลงทุนในบริษัทเพียงแห่งเดียว กองทุนขนาด 1,000 ล้านบาท ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาธุรกิจหนึ่งแห่ง เข้าถือหุ้นเสียงข้างมาก และทุ่มเททีมงานทั้งหมดในการเข้าไปบริหาร

คุณเมธี วินเซอร์ ผู้ก่อตั้งของเรา อธิบายหัวใจของโมเดลนี้กับกรุงเทพธุรกิจว่า ReGen เข้าซื้อกิจการแล้วเข้าไปบริหารเอง ซึ่งต่างจาก Private Equity ทั่วไป ที่มักคาดหวังให้เจ้าของเดิมอยู่บริหารต่อ แนวทางของเราจึงเปิดโอกาสให้ผู้ก่อตั้งเกษียณได้อย่างแท้จริง ในขณะที่ธุรกิจยังเดินหน้าต่อไป

ชื่อของกองทุนสะท้อนเจตนารมณ์นี้ ReGen มาจากคำว่า Rebirth และ Generation คือการฟื้นชีวิตให้ธุรกิจที่มีรากฐานมั่นคง เพื่อส่งต่อสู่คนรุ่นถัดไป

เกณฑ์ที่เรามองหา

ReGen ไม่ได้มองหาธุรกิจที่ต้องกู้วิกฤติ แต่มองหาธุรกิจที่ดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว

  • รายได้ต่อปีระหว่าง 100 ถึง 2,000 ล้านบาท

  • EBITDA ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป

  • เข้าถือหุ้นเสียงข้างมาก อย่างน้อย 50%

  • มีฐานลูกค้าที่แข็งแรงและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ

  • กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค สุขภาพและคลินิก ผู้ผลิตยา ธุรกิจบริการ B2B ที่มีรายได้ประจำ และซอฟต์แวร์ทั้งด้าน HR, CRM และ Cybersecurity

คำแนะนำสำหรับเจ้าของที่เตรียมส่งต่อกิจการ

สำหรับผู้ก่อตั้งที่กำลังพิจารณาขายกิจการหรือหาพันธมิตร คุณเมธีชี้ให้เห็นสามเรื่องที่ตัดสินว่าธุรกิจจะน่าลงทุนหรือไม่

เรื่องแรก บัญชีที่โปร่งใส ยุคของบัญชีสองเล่มกำลังจบลง เพราะนักลงทุนสถาบันไม่สามารถลงทุนในตัวเลขที่ตรวจสอบไม่ได้

เรื่องที่สอง การจัดเก็บข้อมูลที่ดี ธุรกิจยุคใหม่ต้องตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก

เรื่องที่สาม การมีที่ปรึกษาหรือบอร์ดบริหารจากภายนอก มุมมองจากคนนอกช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มความน่าเชื่อถือเมื่อถึงเวลาเจรจา

มองไปข้างหน้า

การสืบทอดกิจการจะเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในทศวรรษข้างหน้า หากมีโมเดลที่เชื่อมผู้ก่อตั้งเข้ากับผู้บริหารรุ่นใหม่ได้อย่างเหมาะสม การส่งต่อกิจการก็จะกลายเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่กรุงเทพธุรกิจ: https://www.bangkokbiznews.com/business/1245330

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังพิจารณาก้าวต่อไป หรือเป็นที่ปรึกษาที่ทำงานกับเจ้าของกิจการ เรายินดีรับฟังครับ ติดต่อได้ที่ matt@regencappartners.com

 
 
 

ความคิดเห็น


© 2025 Regen Capital Partners สงวนลิขสิทธิ์

bottom of page